เจอตัว!ตาวัย83อิน’ออเจ้า’ ขอจดไปเล่าให้เพื่อนรุ่นเดอะฟัง

ชาวเน็ตเทใจรัก “คุณตาวัย 83” ขอจดบันทึกละครบุพเพสันนิวาสไปเล่าให้แฟนคลับฟัง เผยสุดประทับใจ “แม่หญิงการะเกด” แถมประวัติศาตร์บางเรื่องก็เพิ่งเคยรู้ จากกรณีโลกทวิตเตอร์เกิดกระแสรีทวิตอย่างล้นหลามกว่า 1.3 หมื่นครั้ง ภายหลังจากที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ระบุ “หากอีก 100ปี ลูกหลานอยากรู้ประวัติศาสตร์ของ #บุพเพสันนิวาส อาจมีบันทึกจากตาชูพันธ์  เหมือน ลาลูแบร์ ตาจดบันทึกตั้งแต่ตอนแรก จนตอนจบ

เราบอกตาว่ามีนิยายนะ ตาบอกว่า ตาบันทึกไว้ว่าตาเคยดูละครเรื่องนี้ ในมุมของตา เผื่อวันไหนตาหลงลืมจะได้อ่าน ตาอายุ 83 แล้วเด้อ” พร้อมภาพของคุรตามที่กำลังจดบันทึกระหว่างที่นั่นดูละครเรื่องบุพเพสันนิวาส จนกลายเป็นกระแชร์ต่ออย่างล้นหลามนั้น เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนั้นล่าสุด เมื่อวันที่ 13 เม.ย. น.ส.วรางค์อร ศิริพิน หรือแอม อายุ 25 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์กับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า จริงๆแล้วคุณตาชูพันธ์ วัย 83 ปีเป็นคนชอบดูสารคดีหรือข่าว หรือดูละครและภาพยนตร์ประวัติศาสตร์บ้าง จนช่วงที่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาสออกอากาศตอนแรก คุณตาได้ลองนั่งดูพร้อมคุณยายและหลานๆ จึงเกิดความชอบและสนใจที่ได้เรียนรู้ประวัติศาตร์ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย โดยบางส่วนนั้นคุณตาเคยกล่าวว่า “ตาเกิดมา 3 แผ่นดินแล้วก็เพิ่งเคยรู้” เช่นเรื่องราวของท้าวทองกีบม้า ที่คนไทยเพี้ยนเสียงมาจากชื่อ “ตองกีมาร์” และยิ่งบุคลิกของนางเอก คือ “แม่หญิงการะเกด” รับบทโดย “เบลล่า ราณี” มีความน่ารักคุณตาก็เอ็นดูมาก ประกอบกับที่ได้พูดคุยกับหลานๆจนทราบว่า “รอมแพง” เจ้าของบทประพันธ์เรื่องบุพเพสันนิวาสเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจัหวัดที่คุณตาเคยอาศัยช่วงที่ยังทำงานอยู่ ท่านก็ยิ่งชื่นชมมาก อย่างเช่นตอนที่แม่หญิงการะเกดแต่งงาน ทางบ้านก็ไปเช่าชุดไทยให้คุณตากับคุณยายใส่ ก็เป็นอะไรที่ท่านชอบมาก

“ตอนหนุ่มๆคุณตาทำงานเป็นเลขาฯจึงมีนิสัยชอบจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ เมื่อท่านได้กลับมาอยู่กับครอบครัวที่จ.ขอนแก่น ก็มาเป็น “อสม.”(อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ได้เป็นดีเจจัดรายการวิทยุชุมชน FM 102 ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น. ท่าานจึงจดบันทึกเรื่องราวในละครรวมทั้งเกร็ดความรู้ประวัติศาตร์ไปคุยกับผู้ฟัง ซึ่งก็มีแฟนคลับของรายการที่เป็นผู้สูงอายุชื่นชอบและสนใจเป็นจำนวนมาก”

ครอบครัวเรามองว่า การที่คุณตาได้จดบันทึก ได้ออกกำลังกาย ได้ออกไปธุระ ไปนอกบ้านกับหลานๆมากกว่าอยู่บ้านนั้นสามารถช่วยให้ท่านมีสุขภาพกาย-ใจดี มีเพื่อน มีสังคม ทั้งยังทำให้ความจำดี ซึ่งการที่เราให้ผู้สูงอายุในบ้านได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน มีเรื่องราวต่างๆก็เข้าไปเล่าให้ท่านฟัง เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญแค่เฉพาะวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป้นวันผู้สูงอายุเท่านั้น “อย่าอายที่จะพาท่านไปไหนหรือว่าเกรงว่าคนจะมองว่าเชย โบราณ เรามองว่าเป็นเรื่องที่น่ารักมากกว่า เพราะสิ่งสำคัญคือการที่เราจะได้ใช้เวลาอยู่กับท่านให้ท่านมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

admin Author